สอบปลายภาค
1. คำว่า จรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี กฎหมาย ให้นักศึกษาให้คำนิยาม และสรุปว่าคำเหล่านี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ จรรยาบรรณ หมายถึง หลักความประพฤติอันเหมาะสม แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพที่กลุ่มบุคคล แต่ละสาขาวิชาชีพประมวลขึ้นไว้เป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกในสาขาวิชาชีพนั้นๆ ยึดถือปฏิบัติเพื่อรักษาชื่อเสียงและส่งเสริมเกียรติคุณ ของสาขาวิชาชีพของตน
จริยธรรมมาจากรากศัพท์ภาษาบาลีและสันสกฤต ดังนี้ จริยะ หมายถึง ความประพฤติปฏิบัติเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกมาจากการกระทำทางกาย วาจาและใจ ธรรมะ หมายถึง คำสั่งสอนในทางศาสนาที่มนุษย์นำมาเป็นสื่ออุปกรณ์ เพื่อข้ามไปสู่จุดหมายของชีวิตที่ถูกต้องดีงาม ดังนั้นจริยธรรม หมายถึง การปฏิบัติตนตามคำสอนในทางศาสนาเพื่อความถูกต้องดีงามของชีวิต
วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559
อนุทินที่ 7
แบบฝึกหัด
1.จงบอกสภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้างและท่านมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างไร
ตอบ
แม้ว่าสังคมจะมีความร่วมมือปรับเปลี่ยนและแก้ไข
เพื่อให้ได้กลไกทางสังคมดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่บางครั้งบางกรณีอาจเกิดปัญหาหรือข้อขัดแย้งขึ้นทั้งที่เป็นผลมาจากปัจจัยภายในและจากปัจจัยภายนอกของสังคม
ซึ่งส่งผลให้การทำงานของกลไกทางสังคมไม่เป็นปกติและกลายเป็นปัญหาสังคมขึ้นมา
วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559
อนุทินที่ 6
สรุปเนื้อหากลุ่มที่ 8 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและปฏิบัติของวิชาชีพ : วินัยและการรักษาวินัย,คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยม,มาตรฐานวิชาชีพ,จรรยาบรรณวิชาชีพและสมรรถวิชาชีพ
วินัยและการรักษาวินัย
ความหมายของวินัย
การมีวินัยเป็นความคาดหวังของสังคมที่จะให้บุคคลประพฤติปฏิบัติตนในสิ่งที่ถูกที่ควรอันจะส่งผลให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและสังคมได้แก่การประกอบสัมมาอาชีพด้วยความขยันหมั่นเพียรมีความรับผิดชอบปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบและแบบธรรมเนียมของสังคม คำว่า “วินัย” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานพ.ศ. 2542 หมายถึงระเบียบแบบแผนและข้อบังคับ, ข้อปฏิบัติ “วินัย” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Discipline หมายถึงเครื่องควบคุมพฤติกรรมของคน
อนุทินที่ 5
ตอบคำถาม
(1-3 พ.ร.บ.ภาคบังคับ, 4 พ.ร.บ.บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ)
1.เหตุผลทำไมต้องประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545
ตอบ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉโดยที่กฏหมายว่าด้วยการศึกษษแห่งชาติได้กำหนดให้บิดา มารด หรือผู้ปกครองมีหน้าที่จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาคบังคับจำนวนเก้าปีโดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ดเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่จะสอบได้ชั้นปีที่เก้าของการศึกษาภาคบังคับ จึงสมควรปรับปรุงกฏหมายว่าด้วยการประถมศึกษา เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกฏหมายดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)